การนำนักเตะที่กำลังสร้างผลงานในปัจจุบันเอาไปเปรียบเทียบกับยอดนักเตะระดับตำนานในอดีตถือเป็นเรื่องปกติในโลกของวงการฟุตบอลซึ่งก็มีการเปรียบเทียบกันมาแล้วหลายต่อหลายคนโดยที่ส่วนใหญ่มักจะใช้คำว่า New เป็นตัวแทนของนักเตะระดับตำนานที่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับนักเตะรุ่นใหม่อย่างเช่น New Zidane หรือ New Ronaldo เป็นตน แต่ในครั้งนี้จะพามาดูการเปรียบเทียบนักเตะในแบบคู่หูที่สร้างผลงานในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันแต่ต่างยุคกันอย่าง Sadio Mané และ Mohamed Salah คู่หูจากทีม Liverpool กับคู่หูจากทีม Bayern Munich อย่าง Franck Ribéry และ Arjen Robben ที่ทั้ง 2 คู่ 2 ยุคนั้นมีบทบาทและตำแหน่งเหมือนหรือคล้ายกันอย่างมากในสนาม แต่ด้านศักยภาพและความสำเร็จของทั้ง 2 คู่นั้นถือว่าห่างกันมาก คู่หูริมเส้นสองยุคคู่นี้มีความแต่งต่างกันอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย


ข้อ.1 ความสามารถเฉพาะตัว

แน่นอนว่าความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะทั้ง 4 คนนั้นต่างก็มีกันในแบบของตัวเองตามสไตล์การเล่น แต่เมื่อมองในด้านการใช้ความสามารถเฉพาะตัวเพื่อต่อกรกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามนั้นก็ให้ผลที่ต่างกันบ้างพอสมควร กรณี Mané นั้นในช่วงที่ดีที่สุดของฟอร์มการเล่นนั้นถือเป็นนักฟุตบอลที่แย่งบอลยากมาก แต่การครองบอลของ Mané นั้นมักจะเป็นเพื่อการหาช่องเลี้ยงบอลทะลุทะลวงต่อไปเช่นเดียวกันกับตัวรุกอีกฝั่งสนามอย่าง Salah ซึ่งรายนี้มุ่งมั่นที่จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงบอลฝ่าผู้เล่นให้ได้มากกว่าคู่หูเพื่อนร่วมทีมของเขาเสียอีก ซึ่งหากมองกลับไปที่ Ribéry ที่เล่นในตำแหน่งเดียวกันกับ Mané นั้นจะยืดหยุ่นกว่ามาก การครองบอลของ Ribéry นั้นส่วนใหญ่จะเป็นการเลี้ยงเพื่อล่อตัวประกบให้เข้ามาหาซึ่งผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามรู้ดีว่า การขึ้นเกมรุกของตัวรุกฝรั่งเศสรายนี้นั้นอันตรายแค่ไหน ความสามารถเฉพาะตัวของ Ribéry คือการครองบอลเพื่อดึงตัวประกบหรือหาช่องจ่ายบอลไปในพื้นที่อันตรายคือสาเหตุให้เขานั้นมีความอันตรายยิ่งกว่าปีกของทีมหงส์แดง ด้านฝั่งของ Robben นั้นยิ่งแตกต่างกับ Salah อย่างเห็นได้ชัด ปีกชาวอียิปต์นั้นมักจะต้องใช้มากกว่า 2 – 3 จังหวะในการเลี้ยงบอลผ่านตัวประกบให้ได้ 1 ครั้ง แถมยังต้องใช้ความหลายหลายของความสามารถเฉพาะตัวเพื่อการนั้น ส่วน Robben นั้นมักจะใช้เพียงการเตะบอลเปิดช่องเพียงนิดหน่อยแล้วใช้ความเร็วฝ่าไปเลยในทันทีซึ่งได้ผลมากกว่าเนื่องจากมั่นใจในความเร็วของตนเอง

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.youtube.com

ข้อ.2 ความแน่นอน

ความแน่นอนไม่ใช่แค่ว่าการยิงแต่ละครั้งแล้วต้องได้ประตูเพียงเท่านั้น ความแน่นอน ในที่นี้ยังรวมไปถึงการครองบอลเหนียวแน่น การจ่ายบอลที่แม่นยำ หรือการเติมเข้าไปในพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งนี่คือสิ่งที่คู่หู Robben – Ribéry แสดงให้เห็นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ทั้งคู่เล่นร่วมกันในทีม Bayern แม้จะเล่นกันคนละฝั่งปีกแต่การหุบเข้ามาซ้อนในตำแหน่งที่เหมาะเจาะของทั้ง 2 คนทำได้ดีกว่าฝั่ง Salah – Mané อย่างเด่นชัดมาก มีเพียงฤดูกาลแรกที่ Mohamed Salah เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมเท่านั้นที่เห็นการประสานงานกันอย่างลงตัวจากทั้งสองคน แต่หลังจากนั้นมาเห็นได้ชัดเจนว่าต่างฝ่ายต่างจ้องจะสร้างผลงานของตัวเองโดยเฉพาะ Salah นั้นมีแนวโน้มที่จะก้มหน้าก้มตายิงประตูมากกว่ามองหาโอกาสส่งให้เพื่อนในตำแหน่งที่ดีกว่า มีหลายครั้งที่ Mané แสดงอาการไม่พอใจในเรื่องนี้อย่างออกนอกหน้ามาก

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: https://bleacherreport.com

ข้อ.3  การยิงประตู

สำหรับการยิงประตูนั้นต้องเรียกว่าเป็นสไตล์ของใครของมันเลยก็ไม่ผิด ซึ่งในกรณีนี้ก็ต้องยกให้กับ Arjen Robben ที่มีลูกทีเด็ดคือการตัดเข้าจากฝั่งขวามาทีบริเวณแถวหน้าเขตโทษแล้วยิงประตูด้วยเท้าซ้ายของถนัดที่ต้องบอกว่า “ใช้บ่อยจนใคร ๆ ก็รู้ แต่ถึงรู้ก็ป้องกันได้ไม่หมด” ซึ่งแต่งต่างกับกับ Mohamed Salah อย่างสิ้นเชิง Robben นั้นจะตัดเข้ากลางในลักษณะคล้าย 90 องศาเพื่อเปิดช่องให้เหมาะกับเท้าซ้าย แต่ของ Salah นั้นจะเลี้ยงตรงเข้าหาประตูแล้วเบี่ยงตัวเพื่อใช้เท้าซ้ายยิง ในกรณีของ Salah นั้นจะดีกว่าหากเขาเป็นผู้เล่นที่ถนัดเท้าขวาเพราะจะไม่ต้องเสียเวลาในการแต่งบอลให้เข้าเท้าซ้ายเสี่ยงต่อการถูกสกัดจากผู้เล่นเกมรับ ส่วนกรณี Robben นั้นเมื่อตัดเข้าด้านในแล้ว บอลก็จะพร้อมสำหรับยิงด้วยเท้าซ้ายได้ทันทีทำให้ยิงได้ง่ายกว่า

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.uol.com.br

ข้อ.4 ความเขี้ยวในสนาม

จะเป็นเพราะว่าประสบการณ์ในสนามมากน้อยกว่ากันก็พอจะพูดได้เนื่องจากทีม Bayern นั้นมีประสบการณ์ทั้งในระดับลีกใหญ่หรือระดับทีมชาติที่ยาวนานกว่าฝั่งคู่หูของทีม Liverpool การได้ต่อกรกับผู้เล่นในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่บ่อยครั้งคือการสร้างความเจนจัดหรือความเขี้ยวให้สนามให้กับผู้เล่นอย่างแท้จริง จะเห็นได้ว่าในช่วงวัยเดียวกันนั้น Robben – Ribéry สามารถสร้างความกดดันให้กับคู่แข่งได้ดีกว่า Salah – Mané เสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะฤดูกาลล่าสุด 2021-2022 นี้ที่ทีมกำลังประสบปัญหามากมาย สองคู่หูของทีมหงส์แดงไม่สามารถสร้างความกดดันให้กับตัวประกบของทีมคู่แข่งได้มากพอเท่าที่ควรทั้ง ๆ เมื่อฤดูกาลก่อนนั้นทั้งสองคนถูกมองว่าเป็นที่อันตรายที่สุด ซึ่งในที่นี้มันมากเกินกว่าที่จะอ้างว่าเพราะทีมมีปัญหาในเกมรับของทีมเสียอีก

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.eurosport.it

ข้อ.5 ความสำเร็จ

ความสำเร็จคืออีกหนึ่งส่วนสำคัญที่นักเตะแถวหน้าระดับโลกทุกคนต่างต้องการที่จะมีซึ่ง Robben และ Ribéry นั้นต่างมีกันอย่างล้นหลามก่อนที่พวกเขาจะลางวการไป ซึ่งความสำเร็จเหล่านั้นในแต่ละปีมันไปสร้างความเคยชินให้กับทั้งสองในด้านที่ว่า “มันต้องได้ มันจะไม่ได้ได้อย่างไร” การรักษามาตรฐานเพื่อให้ยังสามารถครองแชมป์และรางวัลต่าง ๆ ของทั้งสองถูกทำให้เหมือนกับเป็นความเคยชินจนเหมือนกับว่าพวกเขาเป็นเจ้าของสิ่งเหล่านั้นไป ต่างกับกรณีของ Mané และ Salah ที่ต่างต้องดิ้นรนอย่างมากเพื่อให้ได้มาซึ่งแชมป์และรางวัลต่าง ๆ ซึ่งเมื่อได้มันแล้วกลับรู้สึกเหมือนเสร็จงานแล้ว พักได้ คล้ายกับว่าไม่ต้องพยายามเหมือนที่ผ่านมาแล้วก็ได้ ซึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยเพราะแชมป์และรางวัลที่พวกเขาเพิ่งคว้ามาได้นั้น ในปีถัดไปพวกเขาก็จะเจอคู่แข่งเดิมที่เพิ่มศักยภาพสูงกว่าเก่ามาแก่งแย่งไปอยู่เรื่อย ๆ

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.milenio.com

ข้อ.6 กิจกรรมนอกสนาม

สำหรับข้อนี้ถือเป็นเรื่องยากมากแต่ก็ต้องนำมาเปรียบเทียบกันสำหรับ 2 คูหูจาก 2 ยุคคู่นี้เนื่องจากฝั่ง Mané และ Salah นั้นจะมีข้อจำกัดในเรื่องศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้ทั้งสองไม่สามารถที่จะไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ภายนอกสนามได้อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลประจำเมือง เทศกาลทางศาสนา หรือกิจกรรมที่ทีมจัดเพื่อให้นำเตะเข้าไปใกล้ชิดกับชุมชนโดยเฉพาะโรงเรียนซึ่งทั้งคู่นั้นไปร่วมน้อยมาก ๆ ทั้งที่เป็นฮีโร่คนดังของเมืองต่างกับทางฝั่งของคู่หูจากทีมเยอรมันที่ต่างมีอิสระในการร่วมกิจกรรมของเมืองพอสมควร ยิ่งเป็นกิจกรรมที่ทีม Bayern จัดอย่างเป็นทางการกับชุมชนด้วยก็จะพบเห็น Robben และ Ribéry ไม่คนใดก็คนหนึ่งไปร่วมกิจกรรมกับนักเตะท้องถิ่นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ความสำพันธ์ระหว่างนักเตะกับแฟนบอลที่ Robben และ Ribéry จะมีมากกว่าของทาง Salah และ Mané

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.youtube.com

ข้อ.7 ความสนิทสนม

ความเป็นคู่หูของ Franck Ribéry และ Arjen Robben นั้นแสดงออกมาถึงในระดับครอบครัวของทั้งสองคนด้วย ครอบครัวของทั้งสองนั้นมีความสนิทสนมกับและไปมาหาสู่กับอย่างเป็นเรื่องปกติซึ่งถือเป็นเรื่องทั่วไปของนักเตะทีมเดียวกัน แต่กับทางฝั่งคู่หูทีมหงส์แดงนั้นกลับต่างกัน แม่ทั้งคู่จะเป็นเพื่อนร่วมทีมกันแถมยังนับถือศาสนาอิสรามเหมือนกันด้วย แต่ครอบครัวของทั้งคู่กลับไม่ได้สนิทกัน โดยกรณีของ Salah นั้นเป็นที่ทราบดีว่าเขามีทั้งภรรยาและลูกสาว ส่วน Mané นั้นยังไม่มีข่าวออกมาว่าเขามีคู่ครองแล้วหรือยัง เคยมีเพียงข่าวลือว่าเคยคบหากับแฟนสาวคนหนึ่งก่อนที่จะเงียบหายไป ส่วนครอบครัวของเขานั้นก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดในประเทศเซเนกัล ซึ่งนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งที่เมื่ออยู่นอกสนามแล้วทั้งคู่มักจะไม่ได้ติดต่อหรือไปมาหาสู่ต่อกันมากนัก เคยมีบางข่าวแจ้งว่า Sadio Mané นั้น นอกสนามมักจะเป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยออกไปเที่ยวหรือไปปาร์ตี้กับเพื่อนสักเท่าไหร่ ต่างกับ Salah ที่มีอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง Dejan Lovren ที่มักจะไปมาหาสู่และติดต่อเขาอยู่บ่อยครั้ง

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.reddit.com

ข้อ.8 กองหน้าตัวเป้า

แม้ว่าคู่หู 2 ยุค 2 ทีม คู่นี้จะเล่นในตำแหน่งริมเส้นเหมือนกันก็จริง แต่ที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดก็คือผุ้เล่นคนที่ 3 ในตำแหน่งหน้าเป้าที่ทั้ง 2 คู่นั้นมีความแต่งต่างกันอย่างมาก ซึ่งในเรื่องนี้มันจะช่วยเสริมความอันตรายให้กับปีกทั้ง 2 ข้างเป็นอย่างยิ่ง คู่หู Ribéry และ Robben นั้นนั้นสามารถโชว์ความสามาถและเล่นได้อย่างอิสระมากกว่าเนื่องจากทีม Bayern Munich นั้นมีกองหน้าตัวเป้าที่เป็นผู้เล่นระดับโลกที่มีความสามารถในการจบสกอร์เป็นเลิศไม่ว่าจะเป็น Miroslav Klose หรือ Robert Lewandowski ต่างกับทางฝั่งของ Salah และ Mané ที่ทีม Liverpool ใช้แผนการเล่นเกมกองหน้าตัวต่ำไม่มีหน้าเป้า หมายความว่าเป้ามหายที่ทีมหงส์แดงจะฝากบอลเพื่อทำประตูจะถูกเน้นไปที่การหุบเข้ามาของปีกทั้ง 2 ข้างเป็นหลักซึ่งก็จะถูกปิดช่องหรือรุมเข้ามาแย่งบอลได้ง่ายกว่าทำให้ทั้ง 2 คนต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวมากขึ้นและในบางครั้งยังขาดซึ่งตัวหลอกล่อที่ 3 ที่ตำแหน่งหน้าเป้าที่จบสกอร์ได้มาช่วยดึงความสนใจจากตัวประกบไปด้วย

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.timesnownews.com

ข้อ.9 การสนับสนุนจากผู้เล่นแดนกลาง

อีกจุดเด่นที่สำคัญที่แสดงถึงความแตกต่างของทั้งสองทีมก็คือความหลากหลายในแดนกลางที่ต่างกันมาก ทีม Liverpool นั้นเปลี่ยนไปหลังจากการย้ายทีมของ Felipe Coutinho กองกลางจอมเทคนิคคนเดียวของทีมทำให้กลางของทีมหงส์แดงกลายเป็นสไตล์วิ่งสู้ฟัด ทุกคนขยันบีบขยันไล่บอลกันอย่างดุเดือดซึ่งมันก็ส่งผลดีที่ว่า Liverpool นั้นเป็นทีมที่แย่งบอลและนำบอลมาครองได้มากกว่าทีมคู่แข่ง แต่ข้อเสียที่สำคัญของระบบนี้ก็คือเมื่อผู้เล่นในแดนหน้าเริ่มสร้างโอกาสไม่ได้ การสนับสนุนจากแดนกลางจากผู้เล่นที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงเพื่อช่วยดึงตัวประกบหรือสร้างโอกาสยิงจากนอกกรอบเขตโทษซึ่งหาไม่ได้เลยจากทีม Liverpool ต่างกับทางฝั่งทีม Bayern Munich ที่บทบาทนี้จะเห็นได้บ่อยครั้งจาก Thomas Müller ตัวแสบที่มักจะแผลงแผลงฤทธิ์ได้ถูกเวลาเสมอ ทำให้เห็นได้ชัดว่างานของ Ribéry และ Robben นั้นเบากว่า Salah และ Mané มากนัก

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.uefa.com

ข้อ.10 ศักยภาพทีมโดยรวม

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทีม Bayern Munich คือทีมอันดับ 1 ของบุนเดสลีกาเยอรมัน เพื่อนร่วมทีมของ Ribéry และ Robben นั้นต่างเป็นนักเตะแถวหน้าทั้งระดับฟุตบอลลีกและระดับโลก ในทุกปีนั้นทีมจะมีการเสริมนักเตะที่มีฝีเท้าสูงเข้ามาเพื่อรักษามาตรของทีมไว้ให้สูงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในเรื่องนี้สำหรับ Liverpool นั้นมีข้อจำกัดสูงกว่ามากไม่ว่าจะเป็นการการันตีคว้าแชมป์ที่ทีมจากเยอรมันนั้นมีโอกาสสูงกว่า จำนวนเม็ดเงินในการการลงทุนที่ต่างกัน ความสามารถของทีมคู่แข่งร่วมลีก หรือแม่แต่สถานะทางการเงินที่ต้องบอกว่า Bayern คือที่หนึ่งของเยอรมันแต่ที่หนึ่งในอังกฤษนั้นไม่ใช่ Liverpool แน่นอน ซึ่งทั้งหมดนี้มันส่งผลไปที่เหล่าผู้เล่นเพื่อร่วมทีมของ Ribéry และ Robben กับ Salah และ Mané ที่มีระดับต่างกันอยู่ เหมือนกับระดับของผู้เล่นเกรด A กับ A+ นั่นเอง อย่างไรก็ดีทีม Bayern Munich ยุคใหม่นี้ก็ยังมี Kingsley Coman และ Serge Gnabry สองตัวรุกริมเส้นทั้งสองฝั่งมาเป็นคู่หูคู่ใหม่สานต่อตำนานของ Ribéry และ Robben ให้กับทีมต่อไปอีกด้วย

Sadio Mané, Mohamed Salah, Franck Ribéry, Arjen Robben
credit to: www.thisisanfield.com

แม้ว่า Liverpool จะเคยมีปีฤดูกาลที่คว้าแชมป์รางวัลใหญ่ 2 ปีติดกันมาก็ตาม แต่คุณสมบัติของทีมใหญ่จริง ๆ นั้นต้องสามารถยืนหยัดอยู่ในระดับแถวหน้าได้อย่างต่อเนื่องซึ่งนักเตะเองก็เป็นเช่นเดียวกัน ในฤดูกาล 2021-2022 นี้ที่ Salah และ Mané ต่างสร้างผลงานได้ไม่ดึเท่าที่ควรซึ่งสาเหตุหนึ่งก็อาจจะมามากปัญหาของทีมที่มีผุ้เล่นเจ็บเยอะมากก็ตามแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนความต่างของทั้งสองกับคู่หูริมเส้นเหมือนพวกเขาอย่าง Ribéry และ Robben ที่ทั้งสองต่างสามารถยืนระยะฟอร์มการเล่นได้ยาวนานกว่า ในท้ายที่สุดนั้น Salah และ Mané จะสามารถสร้างรู้สึกหรือฝากความทรงจำให้กับทีมได้อย่างที่ Ribéry และ Robben ทำไว้กับ Bayern Munich ได้ไหม คงต้องคอยดูกันต่อไป

Top 10 Story ในครั้งต่อไปจะเป็นเรื่องอะไรโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ