Renato Sanches – เรนาโต้ ซานเชส

จากนักเตะที่แจ้งเกิดได้อย่างเฉิดฉายจนมาวันหนึ่งตกต่ำจนหาตำแหน่งในทีมต้นสังกัดไม่ได้ มาวันนี้ เรนาโต้ ซานเชส กลับมาอีกครั้งในฟอร์มการเล่นและประสบการณ์ที่พัฒนาไปไกลกว่าเดิม กองกลางดาวรุ่งจอมขยันที่สร้างผลงานได้อย่างตื่นตาตื่นใจในยูโร 2020 ครั้งล่าสุดแม้ทีมชาติโปรตุเกสของเขาจะไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ก็ตาม ทำให้ในตอนนี้มีข่าวว่าทีมใหญ่หลายทีมต่างสนใจที่จะซื้อตัวเขาไปร่วมทีมทั้งในบุนเดสลีกาเยอรมันหรือแม้แต่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่เขาเคยไปล้มเหลวมาแล้วก็ตาม

Renato Sanches, เรนาโต้ ซานเชส
Renato Sanches, เรนาโต้ ซานเชส

ครอบครัวและวัยเด็ก

เรนาโต้ ซานเชส มีชื่อเต็มว่า Renato Júnior Luz Sanches (เรนาโต้ จูเนียร์ ลุซ ซานเชส) เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ปี 1997 ที่ Amadora ประเทศโปรตุเกส บิดาชื่อ Renato Sanches (เรนาโต้ ซานเชส) และมารดาชื่อว่า Maria das Dores (มาเรีย ดาส โดเรส) โดยที่เขานั้นลืมตาดูโลกมาโดยที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือว่าแจ้งเกิดกับเจ้าหน้าที่เนื่องจากปัญหาการหย่าร้างของครอบครัว ที่ส่งผลให้ เรนาโต้ คนพ่อต้องแยกทางออกไปและไปหางานใหม่ที่บ้านเกิดในประเทศฝรั่งเศส ทำให้เหลือเพียงมารดาเท่านั้นที่เลี้ยงดู เรนาโต้ มาตั้งแต่ยังเด็ก และการจดทะเบียนแจ้งเกิดของ เรนาโต้ ซานเชส จึงกลายเป็นวันที่ 27 พฤศจิกายน 1993 แทนเพราะความวุ่นวายและผิดพลาด แต่ท้ายที่สุดทางโรงพยาบาลก็ได้ปรับแก้ให้ถูกต้องแล้วในภายหลัง

การเติบขึ้นมาจากย่านที่ยากจนและมีเพียงมารดาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เลี้ยงดูมาทำให้เวลาว่างหลายชั่วโมงในแต่ละวันของ เรนาโต้ หมดไปกับการเตะฟุตบอลข้างถนนซึ่งก็เป็นที่มาของความชื่นชอบในฟุตบอลของเขามาตั้งแต่ยังเด็กจนถึงปัจจุบันที่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

รวมถึงยังมีข้อมูลว่าบิดาของเขานั้นสืบเชื้อสายมาจากหมู่เกาะ Sao Tome and Principe ซึ่งอยู่ในอ่าวของ Guinea ทางแอฟริกากลาง และมารดาของเขาก็สืบเชื้อสายมาจากหมู่เกาะ Cap Verde ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า เรนาโต้ ซานเชส นั้นไม่ใช่ประชากรชาวโปรตุเกสแท้ๆ และยังเป็นลูกชาวเกาะเต็มตัวอีกด้วย

ระดับเยาวชน

ความจนและความยากลำบากในวัยเด็กนั้นล้วนเป็นแรงผลักดันให้ต้องยิ่งมุ่นมั่นและพยายาม เรนาโต้ ซานเชส มีโอกาสได้รับการศึกษาและฝึกฟุตบอลที่โรงเรียนในย่านเกิดซึ่งก็เป็นที่ๆ เขาได้พัฒนาในสิ่งที่ชื่นชอบเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะไขว่คว้ามาได้ เมื่อ 8 ขวบ เรนาโต้ ได้เข้าสถาบัน Aguias da Musgueira ซึ่ง เรนาโต้ นั้นฉายแววพรสวรรค์ของเขาในทันที เพียงเวลาปีเดียวหลังจากเริ่มฝึกฝนฟุตบอลเขาก็ถูกทีมใหญ่อย่าง Benfica ติดต่อให้ไปร่วมทีมระดับเยาวชน ซึ่งที่น่าสนใจคือทีมต้องจ่ายเงินถึง 750 ยูโร กับลูกฟุตบอลอีก 25 ลูก ถึงจะได้ตัว เรนาโต้ ซานเชส มาจาก Aguias da Musgueira

Renato Sanches, เรนาโต้ ซานเชส
credit to : www.balls.ie/football , www.dn.pt

วันเวลาในทีมเยาวชน Benfica ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและยอดเยี่ยมมากสำหรับ เรนาโต้ เขาแทบไม่เคยพลาดการถูกเลือกให้ลงเล่นและยังสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นยิ่งกว่าใครอีกด้วย หลังจาก 8 ปีผ่านไปทีมโค้ชก็ทนไม่ได้ที่จะดันเขาขึ้นสู่ทีมระดับสูงขึ้นไปอีกซึ่งในปี 2014 เรนาโต้ ซานเชส จึงได้มีชื่ออยู่ในทีม Benfica B และค่อยๆ ขยับสอดแทรกขึ้นไปทีมชุดใหญ่ในที่สุด ซึ่งตัวเขานั้นโดดเด่นมากในตำแหน่งกองกลางตัวผสานหรือเชื่อมเกมระหว่างกองหลังและกองหน้าซึ่งก็คือตำแหน่ง box-to-box ที่ขยันวิ่งและกดดันทีมคู่แข่ง สัญญาอาชีพ 6 ปี และคาฉีกสัญญา 45 ล้านยูโร ถูกมอบให้เขาเพื่อผูกมัดตัวไว้กับ Benfica ในที่สุด

Renato Sanches, เรนาโต้ ซานเชส
credit to : https://thelab.bleacherreport.com

ระดับอาชีพ

หลังจากได้รับสัญญา เรนาโต้ ซานเชส ก็ได้รับการเลือกให้เป็นตัวหลักของทีมในทันทีและช่วยให้ Benfica คว้าแชมป์ลีกสูงสุดโปรตุเกสตั้งแต่ปีแรกรวมถึงบอลถ้วยในปีแรกนี้ด้วยถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างยิ่งใหญ่สำหรับนักเตะวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าความสามารถและควาสำเร็จระดับนี้ไม่อปลกใจว่าจะมีทีมใหญ่ในยุโรปหมายจ้องจะดึงตัวไปร่วมทีมเสียแต่เนิ่นๆ และก็เป็นเช่นนั้นเมื่อ Bayern Munich ทีมใหญ่อันดับหนึ่งของบุนเดสลีก้าเยอรมันมาซื้อตัวไปร่วมทีมในที่สุดด้วยค่าตัว 80 ล้านยูโรซึ่งแพงที่สุดที่เคยมีนักเตะย้ายออกไปจากลีกสูงสุดของประเทศโปรตุเกส

Renato Sanches, เรนาโต้ ซานเชส
credit to : www.dn.pt

ในปีแรกกับทีมใหญ่แห่งเยอรมัน เรนาโต้ ซานเชส ได้รับโอกาสเล็กน้อยในการลงสนามให้กับทีมเนื่องจากแม้ว่าจะมีผลงานยอดเยี่ยมมาก่อน แต่การจะก้าวขึ้นมาเบียดผู้เล่นระดับตัวหลักของทีมนั้น เรนาโต้ ต้องมีอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่ อย่างไรก็ตามในปีแรกของเขาในบันเดสลีก้า เรนาโต้ ซานเชส ก็คว้ารางวัล Golden Boy มาครองได้โดยที่ไม่มีประตูหรือจ่ายบอลให้เพื่อทำประตูเลยแม้แต่ครั้งเดียว

การปรับตัวของ เรนาโต้ ซานเชส ถือว่ายากลำบากมากสำหรับที่นี่ บวกกับตำแหน่งกองกลางที่มีกำแพงใหญ่ของผู้เล่นระดับโลกขวางอยู่ทำให้ทุกสิ่งอย่างของ เรนาโต้ ดูผิดพลาดไปหมด โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงของเขาในฤดูกาลที่ 2 นี้เป็น 0 เกม ทั้งโอกาสได้ลงมาเป็นตัวสำรองก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรเลย จนในที่สุดการมองหาโอกาสใหม่กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเขา ฤดูกาล 2017–18 เรนาโต้ ซานเชส ตอบรับการย้ายทีมในแบบยืมตัวเพื่อโอกาสการลงสนามโดย Swan ทีมขนาดเล็กที่กำลังฟอร์มแรงในพรีเมียร์ลีกเป็นทีมที่มาติดต่อเขาไป แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่เขาจะสามารถสร้างผลงานได้อย่างจริงจังอีกเช่นเคย

Renato Sanches, เรนาโต้ ซานเชส
credit to : www.dw.com , www.thesun.co.uk

การขาดการลงสนามมาเป็นเวลานานแล้วต้องมาเล่นในทีมที่ต้องดิ้นรนในการอยู่รอดกลายเป็นแรงกดดันให้กับตัว เรนาโต้ ซานเชส อย่างหนักมาก เขาปรับตัวแทบไม่ได้เลยกับฟุตบอลที่นี่ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมากในสนามซึ่งมันส่งผลต่อนักเตะที่อายุน้อยมาแล้วนักต่อนัก หากรับมือและปรับตัวไม่ได้ก็จะเกิดอาการที่เรียกว่า “ฟอร์มหลุดอย่างรุนแรง” ซึ่งกลายเป็นว่า เรนาโต้ ซานเชส นั้นถูกมองว่าไม่เหมาะกับพรีเมียร์ลีกอีกแล้ว ซ้ำร้ายต้นสังกัดอย่าง Bayern Munich ก็ไม่ได้เห็นเขาอยู่ในแผนการทำทีมต่อไป ซึ่งคำตอบสุดท้ายของ เรนาโต้ ก็เหลือทางเดียวก็คือ ย้ายทีม

Niko Kovač กล่าวไว้เมื่อตอนต้นของการฝึกซ้อมปรีซีซันว่า “ผมจะพยายามทำให้เขารู้สึกดีที่นี่ เมื่อรู้สึกดี การสร้างผลงานให้ดีก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่ามาก เขามีทักษะที่คุณไม่เห็นทุกวันในบุนเดสลีกา นั่นเป็นเหตุผลที่ FC Bayern เซ็นสัญญากับเขา”

แม้ผู้จัดการทีมจะสนับสนุนเขาแต่การเลือกนักเตะลงสนามมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในตำแหน่งกองกลางที่เต็มไปด้วยนักตะระดับโลกบวกกับการเข้ามาของนักเตะใหม่ชั้นนำทุกปีทำให้โอกาสของ เรนาโต้ นั้นเรียกได้ว่ามืดมนเอามากๆ

ฤดูกาล 2019–20 ทีม Lille จากลีกฝรั่งเศสก็จ่ายเงินค่าตัว 25 ล้านยูโรเพื่อดึงตัว เรนาโต้ ซานเชส ไปร่วมทีม ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่หมดสำหรับอดีตนักเตะที่เคยถูกกล่าวขวัญว่าจะยิ่งใหญ่ได้ไม่ยาก แต่การย้ายมาที่ฝรั่งเศสคราวนี้ก็เหมือนเป็นการคลายความกดดันของเขาเช่นกัน เรนาโต้ ไม่ได้ถูกคาดหวังสูงมากนักที่นี่ซึ่งส่งผลให้เขาเล่นฟุตบอลได้ผ่านคลายมากขึ้น ยิ่งนานวันก็เริ่มเข้าที่เข้าทางจนได้เป็นนักเตะตัวหลักของทีม ต่อมาในฤดูกาลที่ 2 เรนาโต้ ซานเชส กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมด้วยฟอร์มการเล่นโดดเด่นอย่างที่เคยทำได้สมัยอยู่ที่บ้านเกิด เขากลับมาเป็น box-to-box ที่มีส่วนร่วมกับทีมในทุกพื้นที่ซึ่งนี่คือตำแหน่งแท้จริงที่เหมาะกับเขามากที่สุด และช่วยพาทีม Lille คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาได้ในฤดูกาลนี้

Renato Sanches, เรนาโต้ ซานเชส
credit to : https://news.in-24.com

ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ครั้งล่าสุดนั้น เรนาโต้ ซานเชส ได้มีชื่อติดทีมชาติโปรตุเกสมาร่วมแข่งด้วยเช่นกันซึ่งทีมชาติของเขานั้นถูกมองว่ามีกองกลางที่มีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลกไม่ว่าจะเป็น Bruno Fernandes, Bernardo Silva สองสตาร์ชื่อดังที่ขับเคลื่อยแดนกลางอยู่ แต่เมื่อโอกาสมาถึง เรนาโต้ ซานเชส ก็ได้ลงสนามไปวาดลวดลายของเขาได้อย่างน่าตื่นเต้น กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เยื้อหอมอย่างมากหลังทัวร์นาเมนต์จบลง โดยมีข่าวกับทีมใหญ่ในยูโรปหลายทีมซึ่งรวมถึงในพรีเมียร์ลีกที่เขาเคยล้มเหลวมาแล้วด้วย  

สไตล์การเล่น

มีหลายครั้งที่ เรนาโต้ ซานเชส ถูกจับไปเล่นในตำแหน่งตัวรุกไม่ว่าจะริมเส้นหรือกลางสนาม ซึ่งก็มาจากสไตล์การเล่นของเขาที่มีความปราดเปรียวว่องไวและความสามารถในการครองบอล ซึ่งถือเป็นความสามารถที่เหมาะสมกับการเล่นในตำแหน่งดังกล่าว แต่ เรนาโต้ นั้นกลับทำหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวได้ไม่ดีเลย เขาไม่สามารถสร้างสรรเกมในตำแหน่งเหล่านั้นได้อย่างที่ได้รับมอบหมาย ตำแหน่งที่ เรนาโต้ ซานเชส ทำได้ดีมาตลอดตั้งแต่สมัยยังเป็นเยาวชนก็คือการวิ่งสนับสนุนเกมทั้งรุกทั้งรับซึ่งก็คือตำแหน่ง box-to-box ซึ่งเขาทำมันได้ดีมากเมื่อย้ายมาอยู่กับทีม Lille ในลีกเอิงฝรั่งเศส ด้วยการปรับตัวมาอยู่ในที่ที่ควรอยู่ เรนาโต้ ซานเชส ช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกมาได้จากเต็งหนึ่งอย่าง Paris Saint Germain ที่เต็มไปด้วยซุปเปอร์สตาร์มาได้ และยังมีชื่อติดทีมชาติโปรตุเกสไปรุยฟุตบอลยูโร 2020 ได้อีกด้วย

Renato Sanches, เรนาโต้ ซานเชส
credit to : https://footballnewscentral.com

จากเด็กที่ได้รับการยกย่องสูงสุดจนมาเป็นนักเตะที่ล้มเหลว ในปัจจุบัน เรนาโต้ ซานเชส กลับมาแจ้งเกิดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในตำแหน่งที่ตัวเองถนัด และกลับมาเนื้อหอมอีกครั้งกลับทีมใหญ่หลายทีมในยุโรป แต่ด้วยสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสยังระบาดไปทั่งโลกซึ่งส่งผลกระทบต่อสโมสรฟุตบอลทุกสโมสรในโลก การจะซื้อขายผู้เล่นแต่ละครั้งต้องผ่านการคิดทบทวนกันอย่างมาก หากเสียนักเตะที่เป็นกำลังหลักไปก็อาจจะต้องเฟ้นกานักเตะที่ทดแทนกันได้ด้วยซึ่งก็ทำได้ยากมากขึ้น ทำให้ทุกทีมในเวลานี้ต่างอยากจะเก็บนักเตะกำลังหลักของทีมไว้ไม่อยากขายออกไป หรือถ้าจะขายก็ต้องได้เม็ดเงินที่มากพอที่ทีมต้นสังกัดจะได้กำไรและนำไปบริหารจัดการต่อไป ทำให้การที่ทีมใดก็ตามจะมาดึงตัว เรนาโต้ ซานเชส ไปในเวลานี้อาจจะต้องยอมทุ่มค่าตัวมหาศาลมากถึงจะมีโอกาส และก็แน่นอนว่ามีไม่กี่ทีมที่กำลังสนใจในตัวนักเตะรายนี้อยู่จะสามารถทำได้ ทำให้โอกาสที่เขาจะอยู่กับทีม Lille ต่อไปในฤดูกาล 2021-2022 นั้นมีสูงมาก

Top Player Story ในครั้งต่อไปจะเป็นใครโปรดรอติดตาม สวัสดีครับ